เชลซี มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจต้องเผชิญสถานการณ์วุ่นวายเกี่ยวกับเจ้าของสโมสรคนใหม่อีกสักพักระยะหนึ่ง หลังมีข่าวว่า “ท็อดด์ โบห์ลี” นักธุรกิจชาวอเมริกัน ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการยื่นเทคโอเวอร์ทีม “สิงห์บลู” อาจเจอปัญหายุ่งยากในการปิดดีลเทคโอเวอร์สโมสร เนื่องจากเจ้าของคนเก่าอย่าง “เสี่ยหมี” โรมัน อบราโมวิช ไม่พอใจที่รัฐบาลอังกฤษจะยึดเงินจำนวน 1,600 ล้านปอนด์ที่เจ้าตัวเคยให้สโมสรกู้ยืมไปบริหารจัดการเอง ซึ่งอาจถึงขั้นล้มข้อตกลงซื้อ-ขายสโมสรเลยทีเดียว

เชลซี เคยกู้เงินจาก “อบราโมวิช” จำนวน 2,500 ล้านปอนด์

เชลซีทำเงิน

            หลังจากที่ เชลซีออกมายืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า “ท็อดด์ โบห์ลี” นักธุรกิจหนุ่มชาวอเมริกัน เจ้าของทีม แอลเอ ด็อดเจอร์ส ในศึก เมเจอร์ลีก เบสบอล สหรัฐอเมริกา ได้เข้าซื้อกิจการของสโมสรเป็นที่เรียบร้อยด้วยเม็ดเงินมหาศาลถึง 2,500 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1.1 แสนล้านบาท  แต่ล่าสุดดูเหมือนเรื่องราวจะไม่จบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้ง

ตามหาเชลซี

เมื่อเจ้าของทีมคนเก่าอย่าง “เสี่ยหมี” โรมัน อบราโมวิช ไม่พอใจเกี่ยวกับเงื่อนไขของทางรัฐบาลอังกฤษ ที่ต้องการนำเงินจำนวน 1,600 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 68,000 ล้านบาท ที่เจ้าตัวเคยให้สโมสรกู้ยืมไป ให้มาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลเอง หรือพูดง่าย ๆ ว่าเงินก้อนดังกล่าวจะถูกรัฐบาล “ยึด” โดยที่ตัวมหาเศรษฐีชาวรัสเซียจะไม่มีสิทธิ์แตะต้องเงินของตัวเองแม้แต่ปอนด์เดียว

ทีมเชลซี

            ทั้งนี้ ตามรายงานระบุว่า อบราโมวิช ไม่พอใจเงื่อนไขดังกล่าวอย่างมาก ถึงขนาดจะล้มข้อตกลงการซื้อ-ขายสโมสร เชลซีที่ทำไว้กับ ท็อดด์ โบห์ลี เลยทีเดียว และหากเรื่องราวดำเนินไปถึงขั้นนั้นจริง ก็จะทำให้ทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” หมดสิทธิ์ลงแข่งขันในศึก พรีเมียร์ลีก รวมถึงรายการยุโรปแทบทุกรายการ โดยผลลัพธ์ที่ร้ายแรงที่สุดของเรื่องนี้อาจถึงขั้นต้อง “ยุบ” ทีมอย่างถาวร เนื่องจากใบอนุญาตประกอบการของทีมจะหมดอายุในวันที่ 31 พฤษภาคมที่จะถึงนี้

ข่าวสารคอกีฬา เว็บข่าวออนไลน์ ที่มีจำนวนผู้ติดตามเยอะมากที่สุด